เลี้ยงเสียข้าวสุก
'เลี้ยงเสียข้าวสุก'
แพทย์แผนจีนชื่อ "จูเฮ่อถิง" ถูกเชิญไปบรรยายที่โรงพยาบาลใหญ่แห่งรัฐ ผู้มาฟังบรรยายล้วนแต่ผู้อำนวยการใหญ่ ท่านรองและผู้ช่วย ผอ. ....รวมทั้งหมอใหญ่... แพทย์เฉพาะทางสาขาต่างๆ ครึ่งค่อนห้อง
คำพูดแรกที่ท่านพูดก็คือ ... "หมอแผนปัจจุบันเป็นพวก 'เลี้ยงเสียข้าวสุก'
เสียงฮือฮาดังขึ้นระงม ท่านอธิบายว่า หมอแผนปัจจุบันทั่วไป เรียนตั้งแต่ปริญญาตรีถึงปริญญาเอก ทั้งในประเทศ แล้วยังไปต่อต่างประเทศ เสร็จแล้วกลับมารักษาคนไข้ไม่ได้ ไม่ค่อยได้ผลเท่าไร...
คนไข้เข้ามาหาหมอ หมอต้องถามว่า เป็นอะไรล่ะ เมื่อคนไข้บอกอาการ หมอก็จะจดลงในใบสั่งต่างๆ ตั้งแต่ตรวจเลือด ตรวจฉี่ ทำซีทีแสกน ตรวจทั้งหัวใจ สมอง ตับไต ไส้พุงครบ ทุกอวัยวะสำคัญ คนไข้ตะเวนขึ้นชั้นนู้นลงชั้นนี้ สุดท้ายเอาใบตรวจต่างๆ มาให้หมอดูแล้ว พูดทำนองว่า คุณป่วยเป็นโรคร้าย ....หมอก็สั่งยา ให้กลับไปกิน 3 เดือน ต่อมาอีก 3 เดือนให้หลัง ให้กลับมาที่โรงพยาบาล.... เพื่อทำการผ่าตัด ฉายแสง ฉีดคีโม… ให้แอดมิดอยู่ในโรงพยาบาล ช่วงที่ ๑ เสร็จแล้วก็ให้กลับบ้าน กำชับว่าให้กินยาให้ครบ นัดวันเวลากลับมาตรวจรักษาใหม่… อาศัยยาที่วิจัยและผลิตจากโรงงานผลิตยาทั่วโลก เครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ประดิษฐ์ประดอยโดยนักวิทยาศาสตร์และวิศวกร…
คนไข้ก็หมดตัว ลูกหลานก็พลอยหมดตัวไปด้วย แล้วสุดท้ายก็ส่งคนไข้เข้าห้องดับจิต ....
อย่างนี้จะนับเป็นหมอได้อย่างไร โถงประชุมเงียบเหมือนอยู่ในป่าช้า…
หมอจูเฮ่อถิงกล่าวต่อไปว่า หมอจีนเราใช้นิ้ว 3 นิ้วในการตรวจรักษาโรค เราพยายามให้คนไข้เสียเงินน้อยที่สุด รักษาให้คืนสภาพเร็วที่สุด
แต่ทว่าทุกวันนี้.... แพทย์แผนปัจจุบัน ทำอะไรกับคนไข้บ้าง นอกจากปล้นเอาเงินหมื่น เงินแสน เงินล้านจากคนไข้ แล้วก็รักษาไม่รอด แบบนี้... เข้าใจได้ว่า หมอผู้นั้น...ไม่มีจรรยาแพทย์อย่างสิ้นเชิง
หมอจูเฮ่อถิงกล่าวท้าแข่ง ๑ ต่อ หมอแผนปัจจุบัน ๑๐ ท่าน ในการรักษาคนไข้แบบแผนปัจจุบัน... ประชันกับแพทย์แผนจีน ผป. ฝ่ายละ ๑๐ คน หมอแผนปัจจุบัน ๑๐ คนต่อคนไข้ ๑๐ คน .... แกคนเดียวต่อคนไข้อีก ๑๐ คน มารักษาแข่งกัน...
"มีใครรับคำท้า....ขอเชิญบนเวทีเดี๋ยวนี้เลย" .... ปรากฏว่าไม่มีใครยอมยกมือ หรือก้าวเท้าขึ้นมาสักคน ทั้งที่ในห้องประชุมนั้น ครึ่งค่อนห้องคือหมอใหญ่หมอน้อยในโรงพยาบาลนั้นทั้งหมด…
หลังปราบคอรัปชั่นข้าราชการทุกสาขา ทุกชั้นวรรณะ ทั่วประเทศอย่างถอนรากถอนโคนแล้ว เป้าหมายอันดับต่อไปก็น่าจะถึงคราวพวกหมอในคราบของ "แร้งในเสื้อกาวน์" เหล่านี้เสียที… คนจีนน่าจะมีความสุขมากขึ้น”